16 Sep
Hi BCSeven..
นานแค่ไหนแล้วไม่ได้ตั้งกระทู้ให้คนได้เข้ามาด่ากัน..พอดีมีโอกาสได้ไปแอ่วเมืองหนองคาย นครโช่พิสัย อาณาจักรแห่งความหฤหรรษ์ของกระทาชายนามว่า “ตุ้ม” จะตุ้มจิ๋วหรือตุ้มโข่งก็หลับตานึกภาพกันเอาเอง
งานนี้เริ่มจากความคิดของคู่รักสร้างภาพคู่นึง (คือคู่นี้มันมีหลายบุคลิก จนกรูตามไม่ทัน) จากนครน้ำดำที่ไม่ได้อัดลม ที่ต้องเดินทางไปช่วยเขาเอาบุญแอวและกินตับ (ตับ ตับ ตับ ปล.กรุณาพุดเรียงและรัวอย่างเป็นจังหวะ) แล้วก็เกิดไอเดียว่าไหน ๆ ก็มาถึงอุดรแล้วน่าจะไปหาที่กินตับ เอ๊ย กรอกน้ำวิเศษลงคอที่มันเพียบไปด้วยของฟรีกันสักหน่อย ก็ลงเอยกันที่ อ.โซ่พิสัย จ.หนองคาย
ผมได้รับโทรศัพท์จากคู่รักสร้างภาพคู่นี้เมื่อวันศุกร์แล้วแจ้งให้ผมลางานเพื่อจะได้เดินทางสะดวก ผมก็ได้แต่บ่นถึงบุพการีมันนิดหน่อยและตอบมันไปว่าลาไม่ได้ อีกอย่างช่วงนี้หวัดกินปอดอยู่เลยไม่อยากไปไหน แต่สุดท้าย..ผมก็ขินมันไม่ได้ (ขินเป็นภาษาที่มใช้กันโดยทั่วไปในศตวรรษที่ 19 แปลว่า เลี่ยง) แล้วผมก็ต้องเดินทางไปเจอกันที่หนองคาย แล้วค่อยเดินทางสู่โซ่พิสัยพร้อมกัน
อำเภอโซ่พิสัยเป็นอำเภอที่อยู่ห่างจาก จ.หนองคายประมาณ 90 กิโลเมตร เท่ากับว่าทริปนี้ผมต้องเดินทางร่วม 260 กิโลเมตร ผมเริมจากการนั่งรถเมล์จากขอนแก่นไปอุดรฯ เวลา 17:30 เพราะตกรถ 407 ระยอง-หนองคาย ที่มาก่อนเวลาและไม่รอผู้โดยสารคนสำคัญอย่างผมและพร้อมด้วยคำโกหกว่า ให้ไปต่อรถที่อุดรฯ เมื่อไปถึงอุดรแล้วรถไปหนองคาย “บ่อึ๊ด” และผมไปถึงอุดรประมาณ 19:30 แล้วนรกก็มาเยือน เมื่อผมไปถึงเขาแจ้งว่ารถไปหนองคายหมดแล้ว ถ้าจะรอตรงนี้ต้องรอ 6 ทุ่มจะมีรถ แต่ถ้าอยากไปตอนนี้จะมีรถเหลืออยู่คันนึงที่ตลาดรังสินา รถออก 20:00 แต่ต้องนั่งรถตุ๊ก ๆ ไป ค่าใช้จ่าย 120 บาท (มันไกลขนาดนั้นเหรอเนี่ย) ในใจตอนนั้นผมอยากจะเอาฝ่าตีนน้อย ๆ ของผมถีบหน้าไอ้คนที่มันบอกผมว่า มาถึงอุดรแล้วรถไปหนองคาย “บ่อึ๊ด” จังเลยครับ และด้วยความที่ไม่มีเวลาแล้ว ผมต่อรองเหลือ 100 บาท (นับเป็นความสามารถที่ทำได้ในเวลานั้น) พอผมก้าวขึ้นรถตุ๊ก ๆ มีป้าแก่ ๆ คนนึงมาขึ้นด้วย ไอ้เราก็นึกว่าตัวหาร เออดี..มีตัวหาร เปล่าเลยครับ แกเป็น..”ตัวถ่วง” รถครับ คือวัน ๆ แกก็คงจะมานั่งเฝ้าสามีขับรถตุ๊ก ๆ เกรงว่าสามีจะไปมีเมียน้อย หน้าที่ของแกคือ นั่งเฝ้าและไปด้วยเมื่อมีผู้โดยสาร และคอยทะเลาะกะสามีเรื่องน้องอ้อย น้องอิ่ง ..ครับ กรูเซ็ง
หลังจากที่ผมรับทราบเรื่องปัญหาครอบครัวของพี่คนขับรถตุ๊ก ๆ และเดินทางถึงตลาดรังสินา ด้วยเวลาอัน “แป๊บเดียว” ผมก็กล้ำกลืนฝืนทนจ่ายเงินไป และอวยพรให้พี่คนนั้นเขาโชคดีในสถานะของสามีที่มีเมียเป็นโรคจิตไม่คิดจะห่างสามีและผู้โดยสาร ผมก้าวขึ้นรถเมล์ด้วยความหวังว่าทุกอย่างจะเงียบสงบ แต…ทันใดนั้น หลังจากที่ผมหย่อนตูดลงไปในที่ที่ผมคิดว่ามัน ”วิวดี” ที่่มีน้องคนนึงหน้าตาจิ้มลิ้ม ดัดฟัน ยิ้มสวย น่ารักมากนั่งอยู่เยื้อง ๆ ซึ่งตลอดระยะเวลาการเดินทางผมสามารถแอบมองน้องเขาได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ผมก็ได้ยินเสียงจันไรหลังรถ มาพร้อมกับคำว่า “Here และ อ้ายศาสตร์” พร้อมกับเสียงเพลงหมอลำชนิดสุดหูรูทิ่ม ครับมีแกงค์สาว 3 คนนั่งซดลุกชิ้นอยู่หลังรถ พร้อมเปิดเพลงในโทรศัพท์ซะลั่นรถ แล้วก็พูดกันด้วยคำหยาบโลนชนิดที่ พ่อขุนรามถ้ามาได้ยินคงไม่อยากประดิษฐ์อักษรไทย ผมก็ต้องทนนั่งไปพร้อมเหลือบมองน้องคนนั้นเป็นระยะ และทันไดนั้น..ผมก็ได้ยินคำว่า “Here และ อ้ายศาสตร์” ออกจากปากน้องคนนั้นอีกคน เมื่อมีเสียงโทรศัพท์ดังเข้ามาและอนุมานได้ว่าปลายสายจะเป็นเพื่อนสนิทของเธอที่เธอสามารถพ่นคำพวกนัั้นออกมาได้แบบนั้น เพราะก่อนหน้านี้เธอคุยกะแฟนเธอยัง “ตัวเองไม่คิดถึงเค้าบ้างเหรอ” อยู่เลย เฮ้อ..ผู้หญิง ร้อยเล่มเกวียน..
ผมเดินทางถึงหนองคายตอน 3 ทุ่มพอดี แต่เฮ้อ..ขอไว้แค่นี้ก่อนนะครับ ง่วงนอนแล้ว จริง ๆ แล้วในคืนนั้นหลังจากนี้ มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย แต่ขอเป็น Part II ละกันนะครับ เพราะง่วงแล้ว ถ้าไม่ชอบให้เล่ายังไงบอกกันได้นะครับ จะลบออกให้ บาย..
5 Responses for "iamztain live in bcseven"
สวัสดีท่าน สบายดีบ่ ไปเที่ยวหนองคายเป็นตาม่วนแท้น้ออออ
^____^
สบายดี แต่ไม่มีแฮง..อิอิ ว่าง ๆ อย่าดึงสโตรกหลายเด้อท่าน มันตาฟาง…อิอิ
เออ รอ part II อยู่นะ อย่าให้เก้อเหมือน terminator ต้องรอภาค 4 อีก 7 ปี
ติดตามอยู่นะ เร็ว ๆ ละกัน รออ่านอยู่ ว่าง ๆ เอารูปลงด้วยละกัน 555+
อยากอ่านต่อว่ะ หายไปไหนค้าบพี่เทน
Leave a reply