เราจะไปทำบุญกัน….

โครงการนี้ คงไม่ต้องเอ่ยว่าเกิดขึ้นได้ยังไง ประเด็นคือมันเกิดขึ้นแล้วจริง ๆ จากการร่วมแรงร่วมใจของเพื่อน ๆ ที่อยากจะเห็นสังคมตรงนี้เกิดขึ้นในนาม BC7 ของเรา..

ผมได้นัดแนะกับเพื่อนหญิง 2 คนสายพันธุ์อุดรและหนองบัวลำภู ทั้งสองตู้มีนามกรว่า “อ้อน สอนระเบียบ” และ “หนิง ซิ่งสะเด่าสายฟ้าและฮางฮั้ว” ให้มาเจอกันที่ขอนแก่นเพื่อที่จะเดินทางสู่มหานครมหาสารคามพร้อมกัน จุดหมายปลายทางอยู่ที่บ้าน “อีเมาส์” นอกจากชื่อนี้แล้วผมไม่เคยเรียกมันชื่ออื่นเลยให้ตายเถอะ จะเรียก “เมาส์” เฉย ๆ ก็ไม่ได้ ยิ่ง “คุณเมาส์” ยิ่งไม่ได้เข้าไปใหญ่ มันเหมาะสมกับชื่อนี้จริง ๆ..แมนบ๊อ อีเมาส์

ผมกับเพื่อนสาว 2 คนออกเดินทางจากขอนแก่นประมาณ 2 ทุ่ม เนื่องจากผมติดภารกิจในหน้าที่การงานอันใหญ่โตของผม ในระหว่างที่เราเดินทาง เรารู้สึกว่าเราไม่ได้มากัน 3 คน ผมรู้สึกว่ามี “อีกคน” เดินทางมากับเรา ผมกับอ้อนนั่งด้านหน้า ส่วนเบาะด้านหลังมีที่นั่งว่าง 2 ที่ ซึ่งหนิงนั่งอยู่คนเดียว แต่ผมกลับรู้สึกว่าที่นั่งด้านหลังมันเต็ม ผมพยายามที่จะมองผ่านกระจกมองหลังว่าใครทำให้ที่นั่งมันเต็ม แต่ผมก็มองไม่เห็นอะไร ผมเริ่มรู้สึกกลัวและหวั่นใจปนแปลกใจว่าทำไม…อ้อ..ไอ้เกาหลีมันไปนั่งอยู่ในใจไอ้หนิงนี่เอง..หมั่นไส้ตั้งแต่ออกจากขอนแก่น จนถึงสารคาม โฟนอินมาจากเกาหลี สะอิดสะอ้อย ก่อนจะวางสายมีการ คิดถึงนะ จุบุ จุบุ…กุจะอ๊วกกกกกก…

เราเดินทางถึงบ้าน “อีหอยเมาส์” ประมาณ 3 ทุ่ม หลังจากก้าวออกจากรถ เราก็ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราเห็นผู้ชายอ้วน ๆ ฟันเหยิน ๆ ตัวเหม็น ๆ เน่า ๆ เว่าดู๋ ๆ และเสียงโคตรดัง ถามชื่อแซ่ แม่มันตั้งให้ว่า ..บักเดี่ยว.. และเพื่อน ๆ อีกหลายคน เพื่อนหยีที่ดูยังไงก็ไม่เปลี่ยน กี่ปีกี่ชาติมันก็ถามแต่ว่า เด็กที่นี่เท่าไหร่วะ พันห้าได้บอ..อิอิ..(ล้อเล่น) ส่วนอาจารย์ 4 ทุกระดับอย่างอาจารย์สุขเกษม ก็ดูสุขเกษมเหลือเกินกับเรื่องลามกที่ขนมาจากโรงเรียนที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์อนาคตของชาติ..บวกกับหนุ่มขรรชัยที่แต่งตัวยังกะ เซอร์โรเบิร์ต เหน็บในปานอยู่เมืองผู้ดีอังกฤษ..อีกคนคืออีเมาส์ที่สวยเกินจะบรรยายว่าเป็นยังไงไม่เคยเห็นใครสวยในแบบฉบับอย่างนี้มาก่อน..สวยในแบบที่เขาเป็น..เป็นตาย่านนนน..

…หลังจากที่เราได้ทักทายกันตามประสาผองเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานแล้ว เราก็ทำการวางแผนงานว่าจะดำเนินการยังไงอย่างไรและเมื่อไหร่ (ในระหว่างวางแผน เซอร์ ขรรชัยและเพื่อนหยีไม่ได้เข้าร่วมด้วย เนื่องจากติดภารกิจ เอามือถือไปแนบไว้ที่หูด้านซ้าย แล้วก็คุยกับโทรศัพท์ ซึ่งสงสัยโทรศัพท์จะเป็นโทรศัพท์ตัวเมียเพราะเสียงมันเป็นเสียงแหลม ๆ ไม่ทุ้มนุ่มนวล) หลังจากที่เราจัดการเรื่องแผนงาน เรื่องเงินกันเรียบร้อย เราก็สั่งให้ไอ้เดี่ยวไปซื้อน้ำดื่มวิเศษสีทองผ่องอำไพมาสอยกันให้เต็มคราบ เนื่องจากขนาดของกล้ามเนื้อมันใหญ่ที่สุด สามารถยกสิงโตสีทองเป็นลัง ๆ ได้ มันเดินไปมันก็บ่นไป ไม่รู้มันจะบ่นหาบั้งไฟพญานาคของมันอะไร มันกลับมาพร้อมกับสิงโตสีทอง เรานั่งสอยกันสักพัก ก็แยกย้ายกัน โดยแผนคือ อ้อนกะหนิง นอนด้วยกันที่บ้านเมาส์ (กูไม่เข้าใจว่าทำไมต้องนอนด้วยกัน สองคนนี่ไปไหนมาไหนก็ต้องนอนด้วยกัน ถ้าไอ้หนิงแต่งงานกะไอ้เกาหลีแล้ว มันจะยังนอนด้วยกันอยู่หรือเปล่า) ส่วนพวกผู้ชายไปเจอกันที่ฮาเร็มของเซอร์ขรรชัย เพื่อล้มสิงโต่อ แล้วตอนเข้า หยี เมาส์ อ้อน และหนิง จะไปซื้อของและทำกับข้าว ส่วนที่เหลือไม่ต้องทำอะไร (เพราะทำไปก็ไม่มีประโยชน์)

…หลังกลับไปถึงฮาเร็มเซอร์ขรรชัย เพื่อนหยีกับอาจารย์ 4 ทุกระดับอย่างสุขเกษมก็ออกล่าเหยื่อ ส่วนผมนั่งเลียสิงโต ไอ้เดี่ยวกะเซอร์ขรรชัยนั่งเพ่งไพ่ใบสี่เหลี่ยมกัน ผมเผลอหลับไปด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอลล์ ตื่นขึ่นมาอีกครั้งเมื่อเพื่อนหยีและสุขเกษมกลับมาด้วยท่าทางอิดโรย ตาลอย ขาอ่อนเปลี้ยเพลียแรง …แล้วผมก็หลับลงอีกครั้งงงงง…

…ผมตื่นเช้ามาด้วยอาการงัวเงีย ท่านป๋องกะสิงห์หยำมาถึงพอดี ผมเพิ่งรู้เมื่อสาย ๆ ว่าไอ้เดี่ยวกะเซอร์ขรรชัยเล่นสอยไพ่กันทั้งคืน ไอเดี่ยวโดนเซอร์ขรรชัยสอยจนหมดก้นแต่ที่เด็ดกว่านั้นสิงห์หยำใช้เวลาแค่ 1 ชม. สอยทั้งไอ้เดี่ยวและเซอร์ขรรชัยจนหมดตูด (รู้งี้พวกมึงไม่ต้องนั่งสอยกันทั้งคืนให้เมื่อยก้นหรอก รอสิงห์หยำมาตอนเช้าเลยทีเดียวดีกว่า เสียหมดเหมือนกัน) จากนั้นเราก็แต่งตัวพร้อมที่จะไปรวมตัวกันที่บ้านอีเมาส์ .. ผมถามท่านป๋องว่า มาคนเดียวเหรอ..ท่านป๋องนั่งคิดไปคิดมา..”เออ กูลืมเมียไว้ในรถนี่หว่า ฮา.” คิดดูเถอะครับ มาถึงสารคามตั้งแต่ตี 5 แล้วรีบวิ่งเข้ามาหาเพื่อน ปล่อยเมียไว้ในรถ มาคิดได้อีกทีว่าเมียมาด้วยแล้วขังใว้ในรถตอน 8 โมง..สักพักเดินมาหาแล้วบอกว่า เมียกูหายว่ะ ไปตามหาเมียก่อนเด้อ..ฮาาา อีกที

…เราไปถึงบ้านเมาส์ พร้อมกับไอ้ปลิวกะอีหยกเดินทางมาสบทบพอดี สักพักโอชายก็มาถึงเช่นเดียวกัน เราเริ่มออกเดินทางไปที่สถานสงเคราะห์คนชรามหาสารคามก่อนเที่ยงเล็กน้อย จากนั้นเราก็เตรียมข้าวของแล้วก็ทำกิจกรรมตามที่ทางเจ้าหน้าที่เตรียมไว้ให้ บรรยากาศผมขอไม่เล่าดีกว่านะครับ เพราะมันซาบซึ้้งกินใจเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นตัวหนังสือได้ รู้แต่เพียงว่า ดีใจที่มีกิจกรรมแบบนี้ขึ้นมาครับ คุณตาคุณยายเหล่านั้นท่านมีชีวิตที่ต่างจากพ่อแม่ของเราที่มีลูก ๆ คอยดูแล..รักพ่อรักแม่ให้มาก ๆ นะครับ..

…หลังจากเราทำกิจกรรมเสร็จ เราก็เดินทางกลับซึ่งนัดกันไว้ว่าจะไปกินข้าวกลางวันที่แพปลากัน

..นี่เพิ่งครึ่งเรื่องครับ เด๋วมาต่อ ทำงานก่อนนะครับ